วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552

ป.ป.ช.ฟ้อง อภิรักษ์ ทุจริตรถ-เรือดับเพลิง


Type your summary here

ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องการกล่าวหาอดีตผู้ว่า กทม. อภิรักษ์ ทุจริต โครงการจัดซื้อรถ และ เรือดับเพลิง ให้อัยการสูงสุดฟ้องร้องต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันนี้ (19 มี.ค.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องการกล่าวหานายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการทุจริตโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,200 ล้านบาท ให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งสำนวนคดีดังกล่าวกลับมาให้ ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานร่วมกับอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้เพิ่มเติมให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่ง ป.ป.ช.ได้รวบรวมพยานเอกสาร และพยานบุคคลครบถ้วนตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดต้องการแล้ว จึงให้ส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาในสำนวนความผิดที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องต่อสำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากนายอภิรักษ์แล้ว ยังประกอบด้วย นายโภคิน พลกุล อดีตรมว.มหาดไทย นายประชา มาลีนนท์ อดีตรมช.มหาดไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าราชการ กทม.

ที่มา: ไทยรัฐ
Read More......

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โต้เพื่อไทยปัดกองทัพสกัด นปช.


ผบ.สส.โต้เพื่อไทย ปฏิเสธ กองทัพ ไม่เคยสกัด นปช. ระบุ กฎหมาย ปรองดอง ไม่มีจำเป็น


พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันว่าทางกองทัพไม่เคยสกัดกั้นการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตามที่ พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง เห็นว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสข่าวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ไม่รู้สึกอึดอัดในการทำหน้าที่ เนื่องจากในช่วงเวลา 4 - 5 ปีที่ผ่านมา กองทัพถูกโจมตีมาโดยตลอด และเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณในการตัดสินใจได้


นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 ว่า ส่วนตัวไม่สามารถเสนอแนะอะไรได้ เนื่องจากมีความคิดเป็นของตนเอง ส่วนกรณีพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาตินั้น ความปรองดองจะมีหรือไม่มีกฎหมายก็ได้ ซึ่งขณะนี้ประเทศชาติก็มีความปรองดองอยู่แล้ว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
Read More......

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ฟอร์บส์ขึ้นปกมาร์คไม่กลัวแม้ว! คมช.เย้ยซ้ำ ต้องตายทั้งเป็น


โฆษกกลาโหมฟันธงร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง แค่ข้ออ้างคนหาประโยชน์เข้าตัว อดีตเลขาฯ คมช.ซัดแผนเพื่อไทย ตอกลิ่มให้พรรคร่วมขัดแย้ง เย้ยคนอย่าง "ทักษิณ" ต้องตายทั้งเป็น นายกฯ ปิดทาง ก.ม.ปรองดอง เข้าไม่ทันสมัยประชุมนี้ ด้านดีเอสไอตั้ง 2 ทีมสอบเงินบริจาค 250 ล้าน ใบสั่ง "เนวิน" ตั้งอดีตผู้สมัคร ส.ส.ใบแดงนั่งผู้ช่วย รมต.


พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม ไม่เชื่อว่าความปรองดองของคนในชาติจะเกิดขึ้นได้ด้วยการออกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมสภา โดยมองว่าเป็นเพียงกฎหมายเพื่อการนิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่ต้องคดีเท่านั้น และไม่เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

"การออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ น่าจะไม่ได้ผล ที่ผ่านมาเราก็เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กองทัพ หรือส่วนอื่นก็ตาม พยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ผล ความแตกแยกของคนในชาติยังมีอยู่ แล้วอยู่ๆ จะมีการเสนอ พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมา โดยมีการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่ต้องคดีทางการเมือง โดยนำเรื่องการสร้างความปรองดองของคนในชาติมาเป็นข้ออ้าง มันใช้ไม่ได้ผล" โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

เมื่อถามว่า จะเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า การนิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่มีความผิดและโดนตัดสินคดีไปแล้ว หรืออยู่ระหว่างดำเนินคดี จะทำให้ทุกอย่างไม่จบและจะมีปัญหาตามมาเรื่อยๆ เพราะเป็นเงื่อนไขที่ต่างคนต่างรับไม่ได้

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าเป็นการสร้างความปรองดองของคนในชาติและทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นประโยชน์ของคนบางกลุ่มมากกว่าของประเทศชาติ ช่วงเวลานี้ทุกคนก็อยากจะให้เกิดความสมานฉันท์ และอยากให้ยุติบทบาทที่ดำเนินการอยู่นอกสภา แล้วปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง

"เพราะถ้าทุกฝ่ายต้องการให้เกิดความปรองดองของคนในชาติจริงๆ ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.บ.ฉบับใดมาทั้งสิ้น แต่ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหว รวมถึงพรรคเพื่อไทยเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็ทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ไม่ใช่สมาชิกของพรรคยังอยู่เบื้องหลังและเป็นแกนนำประชาชนออกมาชุมนุม" โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุ

อดีต คมช.ชี้แผน พท.ตอกลิ่มความขัดแย้ง

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และอดีตเลขานุการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า เป็นแผนของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ เพราะมีบุคคลสำคัญในพรรคร่วมรัฐบาลติดคดียุบพรรคอยู่ และบุคคลเหล่านั้นก็จะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยก็จะทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาลทันทีและทำให้ขาดเสถียรภาพ ถือเป็นหมากเพียงตัวหนึ่งหรือเกมของพรรคเพื่อไทย

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคม และขณะนี้กำลังสะท้อนออกมาแล้ว หากดูการปฏิบัติของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา จะเห็นว่า สมาชิกในพรรคยังอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มเสื้อแดง สังคมไม่อาจยอมรับได้ และการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติแทรกแซงอำนาจยุติธรรม บ้านเมืองจะเกิดความยุ่งเหยิงและมีความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

เย้ยคนอย่าง"ทักษิณ"ต้องตายทั้งเป็น

พล.อ.สมเจตน์ ยังกล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ระบุว่าจะกลับเข้าประเทศไทยทุกเวลา ถึงแม้จะถูกฆ่าตายคาแผ่นดินอีสานก็ยอม ว่า คงไม่มีใครไปลอบฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีแต่ตัวเองและพรรคพวกของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นคนฆ่าตาย อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณทดลองไม่ให้เงินแก่บริวารเหล่านั้นดู แล้วจะรู้ว่าใครที่เป็นเพื่อนแท้จริง จะมีบ้างหรือไม่

"การลอบฆ่านั้น ก็ถือว่าทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณหมดกรรม ให้ท่านอยู่ไปนานๆ เพื่อชดใช้กรรมดีกว่า คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณต้องตายทั้งเป็น อยู่อย่างทุกข์ทรมาน" พล.อ.สมเจตน์กล่าว

นายกฯ ชี้แก้ปากท้อง ปชช.สำคัญกว่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ทั่วประเทศ ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่มีประเด็นในการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันทบทวน เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเหมือนปีที่ผ่านมา ที่เกิดจากความหวาดระแวงแคลงใจในเวลาที่มีผู้เสนอเรื่องต่างๆ ว่าเป็นการดำเนินการเพื่อใคร อย่างไร จึงเสนอว่า เรื่องดังกล่าวหากมีหลักทางวิชาการ อุดมการณ์รองรับ ไม่เป็นไร เพียงแต่ขอให้เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปการเมืองทั้งหมด

"สิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ขณะนี้ คือ หากระบวนการที่ทุกคนยอมรับ และได้ปรึกษาหารือกับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน 2 ท่าน คือ ประธานวิป กับประธาน ส.ส. โดยขอให้ช่วยกันพิจารณาว่า สิ่งที่ผมคิดไปกันได้หรือไม่ ถ้าไปได้ เรามาประกาศร่วมกันว่าจะทำอย่างนี้ และเชิญทุกภาคส่วนเข้ามา เห็นด้วยไม่เห็นด้วยกันอย่างไร โดยมีองค์กรทางวิชาการเป็นแกนกลาง ผมยังรอคำตอบจากฝ่ายค้านอยู่ ถ้าตอบสนองตรงนี้มา ผมว่าเดินได้ ยอมรับว่าการหาคนกลางมาทำไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมได้คุยกันระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่แน่ใจตัวบุคคล เอาสถาบันได้หรือไม่ หาสถาบันที่เรายอมรับกันแล้วออกมาเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหรือต่อรัฐสภา น่าจะเป็นการปรองดองจริงๆ" นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ไม่ต้องการให้การเสนอเรื่องใดๆ เป็นการเติมเชื้อความขัดแย้งเช่นในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ประชาชนทราบดีแล้วว่าปัญหาเศรษฐกิจหนักหนาสาหัส และต้องการเห็นรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหา ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องต่างๆ ถ้าบ้านเมืองมีความขัดแย้งขึ้นมาอีก ประเทศไทยในสายตาของชาวโลกจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ต้องทำงานใหญ่คือการช่วยเหลือประชาชนก่อน ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง นักการเมืองต้องเอาไว้ภายหลัง

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการขึ้นเงินเดือนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่า กำลังดูอยู่ เพราะไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ ส่วนงบกลางที่เหลืออยู่ประมาณกว่าหมื่นล้านบาทนั้น คิดว่าจะนำไปใช้ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพราะคาดว่าจะรุนแรง อย่างไรก็ตาม มีการพูดคุยกันเบื้องต้นว่า การปรับเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คงทำในปีงบประมาณ 2553 กำลังดูตัวเลขว่าจะขึ้นให้เท่าไร อย่างไร

ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องเข้าสภาสมัยนี้

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์หลังจบการบันทึกเทปรายการ ถึงการนำเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลมีประเด็นที่ติดใจอยากสอบถามก็คงได้พูดคุยกัน เพราะโดยหลักในการประชุม ครม.ทุกสัปดาห์ก็มีวาระเรื่องการประชุมสภาและกฎหมายต่างๆ แต่ถ้าไม่มีอะไรติดใจรัฐบาลก็เดินตามนโยบายรัฐบาลเรื่องการปฏิรูปการเมืองอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมจะส่งผลต่อความเป็นเอกภาพของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องแบบนี้ ภาระหน้าที่ที่ตนต้องกังวลมากกว่าคือ ปัญหาของประชาชน ที่ห่วงมากที่สุดคือ ปัญหาการว่างงานและการประคับประคองเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องกังวล

"ผมไม่คิดว่าเป็นกฎหมายเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาในสมัยประชุมนี้ และผมยังมั่นใจว่า ขณะนี้การทำงานอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจที่ดี แล้วทุกคนน่าจะได้รับรู้ถึงความต้องการของประชาชนร่วมกันว่าเรื่องใดมีความสำคัญก่อนหลังอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมินโต้โฟนอิน"แม้ว"ชี้ไม่มีอะไรใหม่

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ว่า มาชุมนุมตามกฎหมายได้ ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น ถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมายก็ทำได้

ผู้สื่อข่าวถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินประกาศว่าพร้อมยอมตาย แต่ไม่ยอมแพ้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีอะไรใหม่ หน้าที่ของรัฐบาลคือแก้ปัญหาให้คนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นตนจะสนใจตรงนี้ ขณะเดียวกันเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณแยกแยะได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงติดตามความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เขามีหน้าที่ติดตามอยู่แล้ว ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่าถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็พร้อมเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แน่นอน เพราะเป็นปกติธรรมดาของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยจริงๆ ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่าแนวทางที่ทำมาเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาในขณะนี้ได้ และประคับประคองให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้

ปชป.เชื่อ พท.อ่อยเหยื่อให้พรรคร่วม

นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองได้ และเกรงว่าจะยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งทางความคิด และขณะนี้ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำคือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มองว่าการเสนอออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการอ่อยเหยื่อให้พรรคร่วมเข้าไปฮุบ เท่าที่เห็นในพรรคภูมิไทยก็มีเพียงนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคนเดียวเท่านั้น ที่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คิดว่าจะไม่ทำให้เกิดความแตกแยกภายในรัฐบาล เพราะการผลักดันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยพลังของสังคมด้วย และสังคมก็คงมีบทเรียนจากการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 มาแล้วว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ควรสอบถามความเห็นประชาชนด้วยการทำประชามติดีหรือไม่ นายเทพไทกล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีเสนอให้ใช้กระบวนการปฏิรูปการเมืองโดยคนกลาง ซึ่งจะดีกว่าการทำประชามติที่สิ้นเปลืองงบประมาณ

เย้ย"แม้ว"ไม่กล้ากลับกลัวติดคุก

นายเทพไทกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในงานความจริงวันนี้ โดยพาดพิงถึงรัฐบาลและระบุว่าจะกลับมาประเทศไทย และจะยอมตายในไทยว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นการพูดในประเด็นเดิมๆ พาดพิงถึงการตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ให้ความสำคัญ ตนในฐานะโฆษกพรรคส่วนตัวของหัวหน้าพรรค จึงต้องออกมาชี้แจง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด การที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าจะกลับมาเมืองไทย ซึ่งทุกฝ่ายก็เรียกร้องให้กลับมาได้ตลอดเวลา แต่จะกลับมาหรือไม่อยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณเอง และกระบวนการยุติธรรมก็รออยู่ ไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลัวตายหรือไม่ แต่คิดว่ากลัวติดคุกมากกว่า เพราะถ้าไม่กลัวติดคุกคงจะกลับมานานแล้ว คงไม่เคลื่อนไหวก่อกวนทำลายความเชื่อมั่นประเทศไทยอยู่ต่างประเทศเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นายเทพไทกล่าวต่อว่า ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ปล้นอำนาจให้ได้มาซึ่งรัฐบาล ใช้ทหารและศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือนั้น ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริง การตั้งรัฐบาลของประชาธิปัตย์ เพราะความล้มเหลวของรัฐบาลภายใต้การสนับสนุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ นักการเมืองเห็นว่าบ้านเมืองไปไม่รอด จำเป็นต้องเปลี่ยนขั้ว ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจอย่างอิสระ ไม่มีการบังคับหรือใช้อำนาจใดๆ แทรกแซง การโหวตเลือกนายกฯ ในสภาก็เป็นการโหวตในสภา ที่รัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ไว้ โหวตกันโดยเปิดเผย และลุ้นคะแนนจนวินาทีสุดท้าย ผิดจากการเลือกตั้งครั้งอื่นที่รู้ตัวชัดเจน ที่การเลือกในสภาเป็นแค่พิธีการเท่านั้น อยากถามว่าพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เลือกตั้งได้มาแต่ละครั้ง เพราะโกงเลือกตั้ง ใช้อำนาจรัฐแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง ทุ่มเงินซื้อเสียงจริงหรือไม่ ซึ่งก็ทำศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ถูกยุบพรรคมาแล้วหลายครั้ง

"สุเทพ" เชื่อภูมิใจไทยไม่ได้เป็นไส้ศึก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยันจะสามารถทำความเข้าใจกับพรรคภูมิใจไทย กรณีการออกมาแสดงท่าทีให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างแน่นอน และความเห็นต่างในเรื่องดังกล่าวระหว่างนายกรัฐมนตรี และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล พร้อมทั้งยังแสดงความมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นไส้ศึกทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่หวังเข้ามาผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่สภาอีกด้วย

ส่วนการโฟนอินประกาศขอสู้ตายของ พ.ต.ท.ทักษิณ วานนี้ (14 ก.พ.) นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องขอดูในรายละเอียดก่อนจึงจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้

ปธ.วุฒิฯ ผวาถูกยืมมือดัน ก.ม.ปรองดอง

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักการเมืองเสนอให้ประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนกลางในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ ว่า ยังบอกไม่ได้ว่าจะรับเป็นคนกลางหรือไม่ เพราะต้องดูรายละเอียดและข้อวิพากษ์วิจารณ์ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม วันที่ 16 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมสหภาพสมัชชารัฐสภาอาเซียน ซึ่งอาจจะมีการหารือกับนายชัยนอกรอบในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวว่าประธานวุฒิสภาจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์คือนักการเมือง นายประสพสุขกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของกฎหมาย

ขณะที่นายชัยปฏิเสธว่า ยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่มีใครประสานอะไรมาทั้งสิ้น

พธม.ชี้ขัด รธน.-จี้พรรคร่วมหยุดซูเอี๋ย

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์คัดค้านการเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้าสภา โดยระบุว่า หลักคิดในการออกกฎหมายเพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมนั้น ต้องทำให้ทุกคนมีความเสมอภาค แต่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนที่ได้ผลประโยชน์เต็มคือ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่คนที่เสียประโยชน์คือคนเจ็บและตายในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม แค่นี้ก็ตอบยากแล้วว่าจะนิรโทษกรรมเพื่อใครกันแน่ หรือแม้แต่การนิรโทษกรรมก็ควรมาจากความเห็นของสังคม ไม่ใช่มาจากผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ นอกจากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 คือ หลักของความเสมอภาคกันในกฎหมายแล้ว ยังเท่ากับเป็นการออกกฎหมายเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนิรโทษกรรมความผิดของบุคคลที่เป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญคงทำไม่ได้

"ถ้ามติ ครม.รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และเสนอเข้าสภา ก็เท่ากับเป็นเครื่องชี้วัดว่าพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้มีการซูเอี๋ยทางการเมืองและมีสัญญาลับๆ กัน และจะเป็นบทพิสูจน์จุดยืนของนายกฯ และพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะคำนึงเฉพาะฐานะความเป็นรัฐบาลหรือหลักการของบ้านเมือง ในประเด็นนี้เท่าที่สอบถามความเห็นของแกนนำพันธมิตรไม่มีใครเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมและพร้อมเคลื่อนไหวต่อต้านตลอดเวลา" ผู้ประสานงานพันธมิตรกล่าว

เพื่อไทยอ้างไม่ใช้มติพรรค-ถก 16 ก.พ.

นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เพื่อไทยและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติว่า ยืนยันได้ว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยทั้งหมดยังไม่มีใครเห็นและเรื่องนี้ก็ยังไม่มีการประชุมกัน ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นเพียงความคิดริเริ่มของ ส.ส.ภายในพรรคบางคน จึงเกิดประเด็นขึ้น ทั้งนี้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ในการประชุมพรรคเพื่อไทยก็จะมีการนำประเด็นดังกล่าวมาพูดคุย เพื่อประเมินความเป็นไปได้ต่อไป

"หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่สภาจริง คงไม่มีการหยิบยกมาพิจารณา เพราะวิปรัฐบาลคงจะไม่หยิบยกมาแน่นอน แม้ฝ่ายค้านจะเสนอ แต่ก็จะค้างไว้ในระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น และการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีแต่ความขัดแย้ง เพราะดูท่าทีจากพันธมิตรที่เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ในประเด็นดังกล่าว และจะไม่มีทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ตามที่ต้องการ ส่วนตัวแล้วเห็นว่าความขัดแย้งจะแก้ไขได้ ต้องมีคนกลางที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงยอมรับมาไกล่เกลี่ย เพื่อให้สองฝ่ายยอมถอยกันคนละก้าว" นายสามารถ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นอกจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่เห็นด้วยแล้ว ยังมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนที่เห็นด้วยว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นการร่าง พ.ร.บ.นี้ จึงไม่ใช่มติของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม ในการประชุมพรรควันที่ 16 กุมภาพันธ์ อาจจะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมพรรคเพื่อหาข้อสรุปด้วย

นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีประโยชน์มาก ไม่เฉพาะกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เห็นได้จากปัญหาต่างๆ ที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้มองไม่เห็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงเหมือนจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ในอนาคต

ปัดข่าวพรรคแตก-ถกยื่นซักฟอก 16 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ได้ให้ทีมงานของพรรคนำเอกสารมาแจกให้แก่ผู้สื่อข่าว เพื่อชี้แจงและปฏิเสธข่าวปัญหาความแตกแยกภายในพรรค

เอกสารชี้แจงระบุว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจและอึดอัดกับการบริหารของพรรคนั้น ไม่เป็นความจริง ส่วนการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่มี ส.ส.ของพรรคส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะในระบอบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นใดๆ ของ ส.ส.สามารถแสดงได้อย่างเต็มที่ และไม่จำเป็นต้องมีความเห็นที่เหมือนกันเสมอไป ยืนยันว่าไม่ใช่ความแตกแยกอย่างแน่นอน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จะมีการหารืออีกครั้งในที่ประชุมพรรค วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 14.30 น.

เสธ.หนั่นสวดแม้วโฟนอินปลุกกระแส

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาบังคับใช้ว่า นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแล้วว่าจะปฏิรูปการเมือง ดังนั้นหากมีส่วนไหนในรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ไม่ดีก็ต้องมาแก้ไขกัน โดยต้องหาคนที่เป็นกลางเข้ามาทำหน้าที่ และที่สำคัญควรเป็นนักวิชาการที่มีประสบการณ์ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าการหาคนที่เป็นกลางมาทำงานตรงนี้ยาก ดังนั้นควรให้คณะองคมนตรีเป็นผู้สรรหาคนกลาง เข้ามาทำงาน

ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินปลุกกระแสนั้น พล.ต.สนั่นระบุว่า ไม่เห็นด้วย และขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาต่อสู้คดี เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาไม่จบ และยอมรับว่าเป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้

ดีเอสไอปัดส่งข้อมูลเงิน 250 ล.ให้สมชาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่ามีผู้ใหญ่จากดีเอสไอไปพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ข้อมูลเรื่องเงินงบค่าโฆษณาของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด จำนวน 250 ล้านบาท ถูกนำเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และคิดว่าคงไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอ ที่จะเอาข้อมูลไปมอบให้ใคร ขอยืนยันว่าการทำคดีของดีเอสไอทำด้วยความเป็นกลาง ทุกอย่างมีพยานหลักฐานตามกฎหมาย ไม่ได้มุ่งกลั่นแกล้งบุคคลใด หรือเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองฝ่ายใดทั้งสิ้น

รายงานข่าวระบุว่า พ.ต.อ.ทวี ได้ลงนามบันทึกแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนทางลับ ในเรื่องดังกล่าว 2 ชุด ประกอบ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ มอบหมายงานด้านการประสานงานข้อมูล และ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองอธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบด้านการแกะรอยเส้นทางเงิน ซึ่งใช้คณะทำงานชุดละประมาณ 10 คน นอกจากนี้ยังใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านแกะรอยเส้นทางเงินไปขอข้อมูลจากธนาคารที่มีการโอนเงินในแต่ละครั้ง มาวิเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงตัวบุคคลและจำนวนเงินการโอนให้สอดคล้องกัน

นายกฯ ลั่นพร้อมชี้แจงดีเอสไอ

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีดีเอสไอจะนำเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 250 ล้านบาท เข้าพิจารณาว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องไปชี้แจง ก็ต้องทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอจะเข้าสอบสวนเรื่องเงินบริจาค 250 ล้านบาท ว่า เป็นเรื่องที่ไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการโฆษณาเพื่อดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า เชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเลย เป็นความพยายามจินตนาการเพื่อโยงผิดพรรคให้ได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และหลังจากนี้ไปคงจะยุติไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว ปล่อยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสอบสวนไป

ส่วนที่นายไทกร พลสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตย ออกมาระบุว่าข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายค่าโฆษณาและหลักฐานเอกสารการโอนเงินของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในมือฝ่ายค้านแล้วนั้น นายเทพไท กล่าวว่า ไม่รู้ข้อมูลนายไทกรมาจากไหน ไม่รู้มีใบเสร็จอะไรบ้าง เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์

ใบสั่งเนวินตั้งอดีต ส.ส.ใบแดงนั่งผู้ช่วย รมต.

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังจากมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ชิดชอบและแกนนำภูมิใจไทย ได้มีคำสั่งให้รัฐมนตรีในสังกัดนำรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในโควตาภูมิใจไทยเข้าที่ประชุม ครม. ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ โดยกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ รมว.มหาดไทยจะเสนอชื่อนายรุ่งโรจน์ ทองศรี น้องชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม ขณะที่กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม นายเนวินได้สั่งให้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เสนอชื่อนายประกิจ พลเดช อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ เข้ารับตำแหน่ง

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ทั้งนายรุ่งโรจน์และนายทรงศักดิ์เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน ในการเลือกตั้งเมื่อธันวาคม 2550 โดยปรากฏว่าทั้งสองคนที่สังกัดกลุ่มเนวิน โดน กกต.ให้ใบแดง ก่อนการเลือกตั้งและถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งขณะนี้ครบกำหนดแล้ว จึงทำให้ทั้งสองคนสามารถกลับมารับตำแหน่งการเมืองได้

นายรุ่งโรจน์นั้นเป็นคนที่นายเนวินให้ความไว้วางใจสูงมาก และเคยประกาศในงานเลี้ยงปีใหม่ที่ผ่านมาที่ จ.บุรีรัมย์ ต่อหน้านายรุ่งโรจน์และหัวคะแนนในบุรีรัมย์ว่าจะต้องมีการคืนความชอบธรรมให้แก่อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ที่ถูกใบแดง เพราะทั้งหมดโดน คมช.สกัด ทำให้ต้องได้ใบแดง ซึ่งคนอย่างตนไม่เคยทิ้งลูกน้อง ใครลำบากก็ต้องช่วยเหลือกัน อย่างไรก็ดีการแต่งตั้งบุคคลทั้งสองได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากสำหรับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะทั้งสองคนโดนใบแดงจาก กกต.พ้น 1 ปี

นอกจากนี้ยังพบว่า ในการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อแผ่นดิน ปรากฏว่าได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าหลายคนเป็นการแต่งตั้งเพื่อตอบแทนนายทุนพรรค และตั้งคนใกล้ชิดรัฐมนตรีมากเกินเหตุมารับตำแหน่ง จึงต้องดูว่าในการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในวันอังคารนี้หากพรรคภูมิใจไทยจะเสนอชื่อนายรุ่งโรจน์และนายประกิจให้ที่ประชุมพิจารณาจะถูกคัดค้านจากรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

อย่างไรก็ตามในการประชุม ครม.ครั้งต่อไปวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีแนวโน้มสูงที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย จะเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการซี 10 แทนนายวิชัย ศรีขวัญ รองปลัดกระทรวง ที่ได้รับการเสนอไปเป็นปลัดกระทรวง แทนนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การโยกย้ายจะมีลักษณะล้างบางข้าราชการที่ได้ดีในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาและได้รับแรงหนุนผลักดันนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกรมที่คาดว่าจะได้รับการเสนอแต่งตั้งโยกย้าย อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง และกรมการพัฒนาชุมชน โดยเป็นการเสนอโยกย้ายนอกฤดูกาล ลอตเล็กกว่า 10 ตำแหน่ง

"ฟอร์บส์" ขึ้นปกมาร์คลั่นไม่กลัวแม้ว

นิตยสารฟอร์บส์ ฉบับเอเชีย เอดิชั่น นำภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขึ้นปกฉบับล่าสุด พร้อมบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์แสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความมั่นคง และไม่ได้กลัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามปลุกระดมจากภายนอกประเทศ และไม่ได้กลัวกลุ่มเสื้อแดง ทหาร หรือแม้แต่กลุ่มพันธมิตร ขณะเดียวกันได้ย้ำว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นหุ่นเชิดของใคร แต่เป็นตัวของตัวเอง และจะไม่อดทนอดกลั้นใดๆ กับการคอรัปชั่น

ขณะเดียวกันเมื่อถามถึงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และถามถึงภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นถูกตีความผิดพลาดและนำมาใช้อย่างบิดเบือน ซึ่งในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ เราได้เห็นความพยายามที่จะดึงเอาสถาบันเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในความขัดแย้งทางการเมือง นี่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ และตนได้แสดงไว้ชัดเจนแล้วว่าเราอยากให้แน่ใจว่าสถาบันจะยังคงอยู่เหนือความขัดแย้งในทุกๆ รูปแบบ


ฝ่ายค้านเขมรยื่น"ฮุน เซน"ตอบ"แม้ว"อยู่เขมร

สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีเสนอข่าวระบุว่า พรรคสมรังสี ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านในกัมพูชา ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการผ่านสภาผู้แทนราษฎร ให้นายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน ตอบคำถามซึ่งเป็นที่คลางแคลงใจของสาธารณชนในขณะนี้คือข่าวที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในกัมพูชาหรือไม่

ตามรายงานของสื่อในกรุงพนมเปญ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นกระทู้ถามเรื่องนี้ถึงสมเด็จฮุน เซน ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งตามมาตรา 96 แห่งรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีจะต้องตอบกระทู้ภายในเวลา 7 วัน ทั้งนี้ ส.ส.พรรคสมรังสี ได้ขอให้สมเด็จฮุน เซน ตอบให้ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางเข้ากัมพูชาหรือไม่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ หลังจากมีผู้ใกล้ชิดในประเทศไทยออกมาเปิดเผยว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย และคนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวนหนึ่งจะเดินทางไปพบอดีตผู้นำที่เกาะกง กัมพูชา

นปช.เปิดเวทีโหมโรงก่อนล้อมทำเนียบ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ตามที่นายจตุพร พรหมหพันธุ์ แกนนำ นปช.กลุ่มความจริงวันนี้ ประกาศจัดชุมนุมใหญ่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงคำตอบจากรัฐบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ กลุ่ม นปช.ภาคประชาชนก็จะเดินหน้าเปิดเวทีปราศรัย วิพากษ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนที่ล้มเหลวของรัฐบาล ที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เพื่อเป็นการโหมโรงและให้ความรู้ประชาชนก่อนการชุมนุมใหญ่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล

นายสมยศ กล่าวว่า เนื้อหาการปราศรัยที่สนามหลวงนั้น นอกจากเปิดโปงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน อาทิ ปัญหาว่างงาน ราคาพืชผลการกษตรตกต่ำแล้ว ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการเก็บภาษีน้ำมันอีกด้วย สำหรับรายละเอียดและรูปแบบการชุมนุมนั้นจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กุ

ที่มา: คมชัดลึก
Read More......

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นายกฯ ขอรอถกวิธีจ่าย 2 พัน เปรย ขรก.อาจได้เพิ่ม


นายกฯ จัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ คาดรัฐบาลใช้งบประมาณกลางปีต้นมี.ค.คนชราได้500บาท/เดือนแน่ รอถกสรุปวิธีจ่าย 2 พัน


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า รัฐบาลพยายามช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม และเมื่องบประมาณกลางปีได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คาดว่า จะสามารถนำมาพิจารณาได้ในที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 23 ก.พ. คาดว่า จะผ่านการพิจารณาได้ในวันที่ 24 ก.พ. และจะได้ใช้เม็ดเงินในเดือนมี.ค.

ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกร คาดว่า จะมีความคืบหน้าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารนี้ การช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง ขณะนี้ เริ่มมีภาคเอกชน มาตกลงกับรัฐบาล ในการช่วยเหลือเพื่อป้องกันการเลิกจ้างแล้ว เช่นเดียวกับ โครงการฝึกอบรมผู้ถูกเลิกจ้าง และภายในสัปดาห์หน้า จะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการเรียนฟรี 15 ปี เช่นเดียวกับ เงินยังชีพ สำหรับผู้สูงอายุ จะดำเนินการให้แล้วสร็จในเดือนหน้า และในเดือนเม.ย. พร้อมจ่ายเบี้ยยังชีพ คนละ 500 บาทต่อเดือน กรณีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ก็จะเริ่มจ่ายเงินได้ในเดือนมี.ค. ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท และจะได้เงินค่าครองชีพ คนละ 2,000 บาทต่อเดือน รัฐบาล ขอเวลาสรุปรายละเอียดอีกระยะ เนื่องจาก มีภาคเอกชน เสนอความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ รัฐบาลได้เริ่มจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แล้ว พร้อมวางบทบาทประเทศไทย เป็นศูนย์กลางเรื่องอาหาร มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนเรื่องการศึกษา เน้นให้วางระบบการศึกษาที่เป็นธรรม และในช่วงกลางปี จะมีการระดมความเห็นเพื่อปรับปรุงระบบการศึกษา เพื่อวางรากฐานในอนาคต นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และ ภาคเอกชน

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
Read More......

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

พันธมิตรฯ ค้าน กม.นิรโทษกรรม


ชี้แนวคิดดังกล่าวฟังเหมือนดูดี เหมือนสนับสนุนแนวทางการสมานฉันท์ แต่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงแผน ลับ ลวง พราง เพื่อจะฟอกผิดให้ ทักษิณ เตรียมหารือ 5 แกนนำ พธม. กำหนดท่าที หากดันทุรังเสนอเข้าสภาฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.พ.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ที่พรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพราะแนวคิดดังกล่าวฟังแล้วเหมือนดูดี เหมือนพรรคเพื่อไทยสนับสนุนแนวทางการสมานฉันท์ แต่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงแผน ลับ ลวง พราง เพื่อจะฟอกความผิด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนในเครือข่ายระบอบทักษิณ หรือพรรคไทยรักไทยเดิมเท่านั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยต้องการให้บ้านเมืองปรองดองสมานฉันท์จริงก็จะต้องเรียกร้องอย่างไม่มีเงื่อนไข และกดดันคนในเครือข่ายระบอบทักษิณ รวมทั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ให้เคารพคำพิพากษา และปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล เพราะถ้าเมื่อใดก็ตาม กระบวนการยุติธรรมถูกท้าทาย คำพิพากษาถูกปฏิเสธ ความสมานฉันท์ในสังคมก็เกิดขึ้นได้ยาก และถ้าสมมุติว่าร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติผ่านสภาจริง กระบวนการยุติธรรมก็จะถูกท้าทาย และสูญเสียความน่าเชื่อถือไปในที่สุด และในอนาคตคนก็พร้อมทำผิดตลอดเวลา โดยเฉพาะคนมีอำนาจทางการเมือง เพราะเมื่อทำผิดแล้ว มีคำพิพากษาลงโทษแล้ว สามารถใช้อำนาจทางการเมือง หรืออำนาจในรัฐสภาฟอกผิดให้ตัวเอง วิธีการแบบนี้ทำให้ระบบยุติธรรมของประเทศขาดความหมาย

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะไม่ใช่แนวทางที่จะทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง แต่กลับทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งในสังคม แม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะพยายามพ่วงประเด็นของพันธมิตรฯ ด้วยการเสนอให้นิรโทษกรรมฝ่ายพันธมิตรฯ ด้วยก็ตาม เราก็ไม่เห็นด้วย เพราะจุดยืนของพันธมิตรฯ ต้องการพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม และพร้อมเข้าสู่การไต่สวนของศาลทุกระดับอย่างเปิดเผย ไม่เคยคิดหนีหมายเรียก หมายจับ หรือต่อต้านคำพิพากษา แต่ยินดีจะพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม

"ถ้ามีการเสนอญัตตินี้ ร่าง พ.ร.บ.นี้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร พันธมิตรฯ คงต้องประชุมกันเป็นกรณีพิเศษ เพื่อกำหนดท่าทีอย่างเป็นทางการของ 5 แกนนำอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะต้องแสดงจุดยืน เพราะมีความเป็นไปได้ที่บรรดา ส.ส. ที่เคยสนับสนุนระบอบทักษิณ และย้ายมาสังกัดปีกรัฐบาล อาจจะโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งประชาชนอาจเข้าใจได้ว่าเป็นการ "ซูเอี๋ย" ทางการเมือง และจะทำให้ประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลในที่สุด" นายสุริยะใส กล่าว.
Read More......

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นายกฯลั่นหาคนผิด ปล่อยโรฮิงญาลอยทะเล


นายกรัฐมนตรี กล่าวในการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวานนี้ โดยระบุว่า หากสามารถหาหลักฐานว่าใครทำ พร้อมจะนำตัวมา ลงโทษ


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการให้สัมภาษณ์นายแดน ริเวอร์ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) ว่า ยอมรับว่ามีบางกรณีเกิดขึ้นที่เจ้าหน้าที่ไทยเป็นผู้ผลักดันผู้อพยพชาวโรฮิงญา ออกไปทางทะเลจริง แต่เขาไม่สามารถระบุได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนไหนที่อนุมัติการกระทำดังกล่าว ซึ่งตนจะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนทำงานนี้ เพราะเจ้าหน้าที่กองทัพต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่นโยบายของเขาที่ปล่อยผู้อพยพออกไปกลางทะเล แต่ตนเชื่อว่ามีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆ และหากสามารถหาหลักฐานว่าใครทำ ตนจะนำตัวมาลงโทษ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจำนวนชาวโรฮิงญา ที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยมีมากขึ้นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ต้องขอความแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย ที่เกิดขึ้นกับผู้อพยพ และจะทำอย่างดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา

ที่มา : ไทยรัฐ
Read More......

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เปิดบช.ครม.อภิสิทธิ์1 กรณ์รวยสุด807ล้าน


ปปช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ครม.อภิสิทธิ์1 กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รวยสุด 807 ล้านบาท ขณะที่ ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯจนสุด 5 ล้านบาท




วันนี้ (12 ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.51


โดยนายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยภริยาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สิน 52,883,552.33 บาท มีหนี้สิน 1,087,674 บาท ซึ่งมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 51 ล้านบาท


ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 98,255,536.79 บาท มีหนี้สิน 58,332,269.53 บาทมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 39,923,267.26 บาท


สำหรับรัฐมนตรีที่มีทรัพย์สินมากที่สุด คือ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และภริยา มีทรัพย์สินสูงสุดในครม.ที่ 809,930,579.03 บาท หนี้สิน 2,255,116.22 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 807,675,480.81 บาท


ส่วนรัฐมนตรีมีทรัพย์สินน้อยสุด คือ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน รวม 5,521,142.35 บาท


ด้านนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีทรัพย์สิน 79,977,302 ไม่มีหนี้สิน นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีทรัพย์สิน 74,399,376 บาท


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

Read More......

ประชัย รับจ่าย 250 ล.ให้ปชป.จริง

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ยอมรับ เคยจ่ายเงิน 250 ล้านบาทให้ พรรคประชาธิปัตย์จริง แต่เป็นค่าโฆษณา เชื่อไม่ผิด เพราะเหตุเกิดช่วงรัฐธรรมนูญปี 40



นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องที่ตนเองเคยบริจาคเงิน 250 ล้านบาท ให้พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เคยมีการจ่ายเงินจำนวน 250 ล้านบาทให้กับพรรคประชาธิปัตย์จริง แต่เป็นการจ่ายเงินค่าโฆษณา นอกจากนี้ ไม่คิดว่าจะมีความผิด เนื่องจาก ในช่วงดังกล่าว ยังมีการใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งไม่มีการระบุความผิด ในการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งผิดกับในปัจจุบัน ที่มีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งมีการระบุถึงความผิดในการให้เงินบริจาคพรรคการเมือง

ด้าน นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ไม่มีการจำกัดถึงจำนวนเงินที่นิติบุคคล จะบริจาคเงินให้กับพรรคการเมือง ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีการระบุถึงจำนวนเงินที่จะบริจาคให้กับพรรคการเมือง ว่า จะต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท และจะต้องแจ้งให้ทาง กกต. ได้รับทราบ รวมทั้งจะต้องให้ กกต. ตรวจสอบงบบัญชีของพรรคการเมือง ก่อนประกาศให้สาธารณชนได้รับทราบ
ที่มา: โพสต์ทูเดย์

Read More......

ตระกูลชินวัตร-111-พปช.อึดอัดใจ เฉลิม ยื่นซักฟอกใช้ข้อมูลเก่า


ตระกูลชินวัตร-111-พปช.อึดอัดใจ เฉลิม ยื่นซักฟอกกับข้อเสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นข้อมูลเก่า เจ้าตัวยันเสียงปรบมือคือ มติพรรค รอได้หากไม่ให้ยื่นไม่โกรธเคือง ยันมีหลักฐาน อภิสิทธิ์ ยันกู้เงินญี่ปุ่นไม่ขัดกม. อ้างยังไม่ได้ลงนามสัญญา



"อภิวันท์"เบรก"เฉลิม"ยื่นซักฟอก
พรรคเพื่อไทยเตรียมประชุมเพื่อหาข้อสรุปการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีปัญหาเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เสนอให้ยื่นญัตติในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ขณะอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเร็วเกินไปที่จะยื่นญัตติ ประกอบกับอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และอดีตแกนนำพรรคพลังประชาชน รวมทั้งบุคคลในตระกูล "ชินวัตร" ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว และเห็นว่า ข้อมูลที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะใช้อภิปรายนั้นเป็นข้อมูลเก่า

ทั้งนี้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ว่าส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลในช่วงกลางเดือนมีนาคม ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุ โดยมองว่าเร็วเกินไป ฝ่ายค้านควรมีเวลาในการเก็บข้อมูลที่นานกว่านี้ และประเด็นการทุจริตก็ต้องมีหลักฐานชัดเจน ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ยังมองว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย มีความเหมาะสม
"ยอมรับว่า ส.ส.พรรคได้เสนอรายชื่อบุคคลมาหลายบุคคล ซึ่งต้องไปลงมติในการประชุมกันอีกครั้ง สำหรับผมรู้สึกยินดีที่สมาชิกในพรรคเสนอชื่อ ทั้งที่ใจจริงแล้วผมไม่อยากเป็นนายกฯ แต่หากมติพรรคออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม" พ.อ.อภิวันท์กล่าว
คน"ชินวัตร-111"เมินข้อมูลเก่า

รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน รวมทั้งคนในตระกูลชินวัตร หลายคนต่างมีความอึดอัดใจกับข้อเสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้เป็นมติพรรค โดยการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิมได้บอกกับที่ประชุมว่าต้องการที่จะเปิดอภิปรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้หลักฐานเรื่องการโอนเงิน 250 ล้านบาท ของอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยผ่านบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ที่มี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นอยู่ ซึ่งแกนนำของพรรคและ ส.ส.ของพรรคเห็นว่าเป็นข้อมูลเก่าที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน ได้เคยอภิปรายในที่ประชุมสภาแล้ว ดังนั้น จึงยังไม่ควรเปิดอภิปรายตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมกำหนด ยิ่งไปกว่านั้นยังเห็นว่าควรที่จะอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารราชการ เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

แหล่งข่าวกล่าวว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยจะเข้าหารือกับ ร.ต.อ.เฉลิมอีกครั้ง ก่อนจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่าสิ่งที่ ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ไม่ใช่มติของพรรค แต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของ ร.ต.อ.เฉลิมคนเดียว รวมไปถึงจะกำชับไม่ให้ ส.ส.ร่วมลงชื่อในหนังสือที่จะยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และญัตติที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

ยันเสียงปรบมือคือ"มติพรรค"
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า การประชุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้นำเสนอหลักการกว้างๆ เพื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประมาณวันที่ 11-12 มีนาคม แต่ไม่ได้ชี้แจงถึงรายละเอียด เนื่องจากเกรงข้อมูลจะรั่วไหล แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ไว้วางใจเพื่อนสมาชิก ซึ่งตอนท้ายได้ถามในที่ประชุมว่าใครเห็นด้วยกับตนให้ปรบมือดังๆ ซึ่งเสียงปรบมือก็ดังกระฮึ่มห้อง จึงคิดว่าน่าจะเป็นมติพรรคได้ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ หากจะนำเรื่องนี้มาหารือกันอีกครั้งก็สามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 1 เดือน

"บางคนบอกว่าจะวิจารณ์เรื่องนโยบาย แต่ผมยืนสภามานาน ล้มรัฐบาลโดยใช้นโยบายยากต่อการสำเร็จ อย่างที่ผมเคยอภิปรายเรื่อง ส.ป.ก.4-01 เป็นเรื่องข้อกฎหมายและหลักฐาน คราวนี้ผมมั่นใจว่าดีกว่า ส.ป.ก.4-01 การอภิปรายยากมาก จะต้องนำเสนอให้ดี ถึงจะเกิดความเข้าใจ เพราะการกระทำครั้งนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มุมมองของเพื่อนสมาชิก ผมต้องฟัง ถ้าสุดท้าย พรรคยังไม่ให้ยื่น ผมก็ไม่โกรธเคือง รอได้ แต่หลักฐานที่ผมมี จะทำให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองต่อไปไม่ได้" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว และว่า ไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานที่มีอยู่ได้ เนื่องจากกลัวถูกกล่าวหาว่าข่มขู่รัฐบาล เล่นการเมืองยุคเก่า แต่หากเพื่อนสมาชิกต้องการจะดูข้อมูล ก็พร้อมจะอธิบายให้ฟัง ไม่มีปัญหา และขอยืนยันว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านอย่างแน่นอน แต่หากจะให้ทำหน้าที่ไปก่อนก็ได้ โดยสาเหตุที่ไม่รับตำแหน่งมีหลายปัจจัย แต่ไม่ได้เกรงว่าจะมีการยุบพรรค

ยันกู้เงินญี่ปุ่นไม่ขัดม.190
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นถอดถอน โดยอ้างว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ไม่ได้นำเรื่องการกู้เงินญี่ปุ่น 6.3 หมื่นล้านเยน โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง เข้าพิจารณาในสภาก่อน ว่า ไม่ได้ไปดำเนินการอะไรที่ขัดรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามในสัญญา กระบวนการเจรจาก็ไม่ใช่เรื่องของตน เพียงไปพบนายกฯญี่ปุ่น ซึ่งนายกฯญี่ปุ่นก็แจ้งให้ทราบว่า จากที่ไทยมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากมาย โดยมีเรื่องรถไฟฟ้าหลายสาย ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็พร้อมที่จะอนุมัติเงินกู้ให้สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงเท่านั้นเอง

"ผมก็เห็นรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ไปลงนามกู้เงินกันก่อนหน้านี้ในรัฐบาลที่แล้ว ก็ไม่เห็นมีกระบวนการของสภา แต่ถ้าเกิดมันมีความจำเป็นต้องนำเข้าสภาก็เข้าได้ เพราะสามารถทำเรื่องกรอบการเจรจาตามรัฐธรรมนูญได้ ก็เป็นการแสดงความจำนงและแสดงความพร้อมของรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ไม่ได้มีการไปเจรจาหรือลงนามในหนังสือสัญญาใดๆ ก็จะให้ฝ่ายกฎหมายดูต่อไป จริงๆ แล้วการดำเนินการเรื่องนี้เป็นเรื่องของการรถไฟฯที่จะต้องเข้าไปดู" นายอภิสิทธิ์กล่าว

คุณหญิงกัลยาปัดเทขายหุ้น
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบนักการเมืองผู้หญิงฝ่ายรัฐบาล ที่เทขายหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลว่า "ไม่ใช่ดิฉันอยู่แล้ว เรื่องนี้แค่หยิบมาให้เป็นประเด็นทางการเมืองเท่านั้น ไม่ต้องเตรียมข้อมูลไปตอบโต้ เพราะไม่ใช่เรื่องจริง"

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย ร.ต.อ.เฉลิม ประกาศเปิดโปงเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าข่ายลักษณะการฟอกเงินว่า "พูดไปเดี๋ยวคุณเฉลิมจะโกรธเอา ผมไม่ค่อยเชื่อคุณเฉลิมอยู่แล้ว เอาไว้รอให้เขายื่นมาก่อนแล้วค่อยตอบ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่น่าจะมีอะไรมากใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "อย่าไปปรามาสเขาอย่างนั้น เดี๋ยวเขาจะเสียใจ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอะไร สบายใจได้ ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และผมเป็นเลขาธิการพรรค ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดเลย ไม่กลัวเลย ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมการรับมืออะไร เพราะยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นจริงหรือไม่ แต่ถือเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน การต่อสู้ในสภา ผมไม่กลัว แต่การต่อสู้นอกสภาน่ากลัวกว่า"
ที่มา: มติชน

Read More......